กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development - DBD)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development - DBD)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการส่งเสริม พัฒนาธุรกิจ รวมทั้งงานจดทะเบียน, งานส่งเสริมสมาคมการค้าและหอการค้ามาจากกรมการค้าภายใน นอกจากนั้นยังมีภารกิจใหม่คือการส่งเสริมธุรกิจบริการและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มาทำการปฏิบัติอย่างผสมผสานพร้อมกับภารกิจเดิม ที่เป็นงานด้านจดทะเบียนธุรกิจ การกำกับดูแลธุรกิจ และการให้บริการธุรกิจ

บริการจากทางศูนย์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มีการเปิดให้บริการต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน 4 ด้าน ได้แก่

-การจดทะเบียนธุรกิจ โดยการให้บริการจดทะเบียนธุรกิจ สามารถขอรับบริการผ่านทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ www.dbd.go.th ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจองชื่อนิติบุคคลออนไลน์, การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration), การจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-Secured), และการเชื่อมโยงข้อมูลการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI (e-Foreign Certificate)

-การขอข้อมูลธุรกิจ การให้บริการข้อมูลธุรกิจ ครอบคลุมการให้บริการข้อมูลแก่ภาคธุรกิจและประชาชนในด้านต่างๆ ได้แก่ การให้บริการหนังสือรับรอง, การรับรองสำเนานิติบุคคลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบของเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (e-Service / e-Certificate / e-Certificate File), การให้บริการคลังข้อมูลธุรกิจ (DBD Data Warehouse+) ผ่านทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน DBD e-Service ทั้งระบบ Android และ IOS

-การส่งงบการเงิน การให้บริการด้านงบการเงินของนิติบุคคล ได้แก่ การให้บริการนำส่งงบการเงินและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ซึ่งบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด สามารถจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เสมือนการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีที่ได้เดินทางไปยังสถานที่จัดประชุม 

หรือหากบริษัทใดที่ยังไม่ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ก็สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ และเมื่อดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นิติบุคคลสามารถนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-filing ของกรมฯ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่ได้นำส่งไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ในเชิงธุรกิจ

-การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ การให้บริการส่งเสริมธุรกิจ ครอบคลุมธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การให้บริการรับการอบรมออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ DBD Academy (www.dbdacademy.com) และการขอเครื่องหมายรับรองผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ DBD Registered และ DBD Verified ผ่านทาง www.trustmarkthai.com

กรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้น มีความมุ่งหวังที่จะเป็นองค์กรภาครัฐชั้นนำ ที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรในด้านการให้บริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบภายในปี พ.ศ.2570 เพื่อให้มีความสะดวก ถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย ตอบโจทย์ และเข้าถึงประชาชน ได้อย่างทั่วถึง

และมุ่งหวังที่จะสร้างพลังขับเคลื่อนธุรกิจไทยโดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนร่วมกับการใช้นวัตกรรมเพื่อผลักดันศักยภาพของผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ให้เข้มแข็ง แข่งขันได้ ตั้งแต่ระดับรายย่อย (MSME) ขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ขนาดใหญ่ (SML) พร้อมรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

 

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ที่อยู่: 563 ถ.นนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

โทร : 0 2528 7600

โทรสาร : 0 2547 4459

อีเมล : secretary@dbd.go.th 

เว็บไซต์ : dbd.go.th

 

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

บทความแนะนำ

E-Book บทสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ

E-Book บทสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ


ทุกความสำเร็จล้วนมีที่มา เราได้รวบรวมบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกทุกแง่มุมของผู้ประกอบการ SME เป็นเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ในหลากหลายธุรกิจทั่วประเทศไทย ให้คุณสามารถนำเรื่องราวไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ ได้เรียนรู้เทคนิคและสามารถนำไปปรับใช้ ปั้นธุรกิจของคุณให้เติบโตไปได้ไกลยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมบน E-Book :E-Book บทสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ

บทความแนะนำ

E-Book รวบรวมข้อมูลศูนย์บริการหน่วยงานของภาครัฐ และเอกชน

E-Book รวบรวมข้อมูลศูนย์บริการหน่วยงานของภาครัฐ และเอกชน

 

หากคุณอยากพัฒนาต่อยอดหรือขยายโอกาสทางธุรกิจแต่ไม่รู้จะปรึกษาใครดี เราได้รวบรวมข้อมูลส่วนหนึ่งของศูนย์บริการหน่วยงานจากภาครัฐ และเอกชน ที่พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ทั่วประเทศไทย ซึ่งแต่ละหน่วยงานต่างมีความเชี่ยวชาญและความถนัดเฉพาะด้าน ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาทั้งแก่ผู้ประกอบการได้อย่างเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบมือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ไปจนถึงผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาธุรกิจของคุณให้ต่อยอดไปได้ไกล และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมบน E-Book : รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน

 

บทความแนะนำ

“ทีเส็บ” ผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยี หนุน SMEs ต่อยอดธุรกิจไมซ์ให้ยั่งยืนในอนาคต

“ทีเส็บ” ผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยี หนุน SMEs

ต่อยอดธุรกิจไมซ์ให้ยั่งยืนในอนาคต

 

            ทีเส็บเล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจในทุกภาคส่วนมาโดยตลอดและได้มีการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือกลุ่ม SMEs มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสนับสนุนตั้งแต่การสร้างฐานข้อมูล ส่งเสริมและพัฒนาตลาด สนับสนุนเงินทุน รวมถึงการให้องค์ความรู้

คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า  เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจไมซ์สามารถนำข้อมูลหรือความรู้จากโครงการต่างๆ ที่ทางทีเส็บสนับสนุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ในการดำเนินธุรกิจ อาทิ โครงการ MICE Winnovation: Winning with the Innovation

“โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการจัดงานไมซ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์แบบครบวงจรในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานไมซ์อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์จริงที่ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจและองค์กร ทั้งการจัดทำแหล่งรวบรวมข้อมูลนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมไมซ์มาเชื่อมโยงเป็น Marketplace เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยในธุรกิจไมซ์ได้พบปะกับผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจให้มีความแตกต่างเหนือคู่แข่งและมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น การสนับสนุนเงินทุนด้านการตลาด การจัดหาเวทีพบปะเจรจาธุรกิจ และการให้องค์ความรู้เพื่อให้เกิดการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานได้จริงเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติของการทำธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

ทั้งนี้แนวทางการดำเนินงานของโครงการ MICE Winnovation มี 4 กิจกรรมหลัก คือ

  • MICE Innovation Catalog แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ครอบคลุม 10 ประเภทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไมซ์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะกับอุตสาหกรรมไมซ์เข้าร่วมบนแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นจำนวน 70 นวัตกรรม จาก 60 บริษัท และในปีนี้คาดว่าจะมีบริษัทผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้าร่วมเพิ่มเป็น 100 นวัตกรรม จาก 70-80 บริษัทสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://innocatalog.tceb.or.th/
  • MICE Technomart กิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและแสดงศักยภาพของผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ผ่านการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และการนำเสนอผลงานบริการให้กับผู้ประกอบการไมซ์ด้านต่างๆ ในทุกภูมิภาค
  • MICE Inno-Voucher มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมไปใช้ในการจัดงานโดยจับคู่กับผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ MICE Innovation Catalog เพื่อขอรับการสนับสนุนจากทีเส็บในรูปแบบคูปองนวัตกรรม
  • MICE Digital Literacy of MICE พื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ในหัวข้อที่น่าสนใจกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการพูดคุย และกิจกรรมเวิร์คชอปทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์

 

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่พร้อมให้บริการกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจไมซ์ คือ Thai MICE Connect เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านการรวบรวมฐานข้อมูลสินค้า บริการ สถานที่ บริษัท ในทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งหมดให้เข้าถึงง่ายภายในเว็บไซต์เดียว ซึ่งทีเส็บได้พัฒนาจนสามารถเรียกได้ว่าเป็น e-Marketplace ของธุรกิจไมซ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดครั้งแรกของไทย (www.thaimiceconnect.com)

            โดยปัจจุบันมีข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอยู่ใน Thai MICE Connect แล้วกว่าหมื่นราย โดยข้อมูลต่างๆในแพลตฟอร์มนี้แบ่งออกเป็น 12 หมวดหมู่ คือ สถานที่จัดงาน ออแกไนเซอร์ ท่องเที่ยว/นำเที่ยว ที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม บริการสำหรับผู้จัดงาน ธุรกิจบริการอื่น ๆ วิทยากร โชว์/การแสดง ร้านค้า/สินค้า โลจิสติกส์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ภาครัฐ/สมาคม) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการจัดกิจกรรมไมซ์ได้ง่ายขึ้น เพียงกรอกรายละเอียดเพื่อค้นหาสถานที่จัดงาน และบริการได้ตามประเภทธุรกิจ หรือจะเลือกจากรูปแบบกิจกรรมที่ต้องการจัด ระบบจะประมวลผลจับคู่ธุรกิจอัตโนมัติให้ทันที และยังพูดคุยผ่านแชตหรือวิดีโอคอลกับผู้ประกอบการได้โดยตรง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ใช้งานได้รับรู้ข่าวสารในแวดวงไมซ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ได้อีกด้วย

            แพลตฟอร์ม Thai MICE Connect จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลจากทั้งแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไมซ์ ผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วม Thai MICE Connect สามารถสมัครเป็นสมาชิกผ่านทาง www.thaimiceconnect.com โดยเลือกได้ว่าจะใช้อีเมล Faceboook, Line หรือเบอร์โทรศัพท์ในการสมัครซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการโปรโมตธุรกิจของสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการไมซ์ทุกภาคส่วนให้เป็นที่รู้จักเพิ่มโอกาสการขายผลิตภัณฑ์และการบริการ รวมถึงส่งเสริมการจัดงานไมซ์ในประเทศ สร้างรายได้ และสร้างการจ้างงานจากการจัดงานไมซ์ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Error! Hyperlink reference not valid. เฟซบุ๊ก www.facebook.com/ThaiMICEConnect/ ไลน์ @thaimiceconnect หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-021-5515 (ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้งาน)

นอกจากนี้ ทีเส็บยังมีโครงการอบรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจไมซ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การอบรมมืออาชีพด้านการจัดงานอย่างยั่งยืนวันที่ 23-24 พฤษภาคม ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ และจัดในรูปแบบออนไลน์ วันที่ 4 มิถุนายน-19 สิงหาคม ซึ่งดำเนินการจัดอบรมโดยฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ การอบรมออกแบบเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ หรือ The Creative Healthy Food Design วันที่ 26พฤษภาคม ที่จังหวัดสงขลา การอบรมการตลาดออนไลน์แก่บุคลากรภาคการท่องเที่ยวเกาะสมุย วันที่ 25 มิถุนายน ที่สุราษฏร์ธานี และการอบรมผู้ประกอบการ Digital Marketing สู่การปรับตัวอย่างมืออาชีพวันที่ 19 กรกฎาคม ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งดำเนินการจัดอบรมโดยสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ เป็นต้น

ทีเส็บได้ดำเนินการจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ มากมายที่พร้อมสนับสนุนและสรรหาองค์ความรู้ใหม่ๆ มามอบให้ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจไมซ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ อัปเดตข่าวสารและเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ อาทิ

ศูนย์ข้อมูล MICE Intelligence Center บนเว็บไซต์ www.businesseventsthailand.com โดยเป็นศูนย์ข้อมูลที่รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องเทรนด์และองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ในมิติต่างๆ ของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอเนื้อหาภาพรวมและโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ที่น่าเชื่อถือในรูปแบบบทวิเคราะห์ที่กระชับเข้าใจง่ายและน่าสนใจทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น ข้อมูลบทวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวในภาคอุตสาหกรรม (Real Sectors Analysis) แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ (S-Curve) สถิติตัวเลขนักเดินทางไมซ์ที่เข้ามาในประเทศไทยโดยแบ่งเป็นรายประเทศ รายได้ในการใช้จ่ายต่อคนต่อทริป จำนวนงานไมซ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี และการคาดการณ์ตัวเลขในอนาคตที่นำเสนอในรูปแบบ Interactive Dashboard รวมถึงข้อมูลนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากทีเส็บ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการ SMEsในธุรกิจไมซ์สามารถนำไปใช้วางแผนการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการต่อยอดธุรกิจที่นำไปสู่การยกระดับการจัดงานไมซ์ของผู้ประกอบทุกรายได้ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าใช้บริการศูนย์ข้อมูลดังกล่าวแล้วกว่า 1.4 ล้านคน

อีกทั้ง ยังมีการจัดทำระบบการเก็บข้อมูลอุตสาหกรรมไมช์ในรูปแบบไฟล์ดิจิตัลและหนังสือดิจิตัล โดยรวบรวมในลักษณะห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ ที่เรียกว่า TCEB E-Library ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ที่ทีเส็บได้จัดทำขึ้น เช่นวารสาร MICE Guru by TCEB โบว์ชัวร์ผลิตภัณฑ์ไมซ์ในเส้นทางต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจไมซ์ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจในอุตสาหกรรมไมซ์ได้เข้ามาศึกษาค้นคว้าข้อมูลดังกล่าวได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม MICE Intelligence Talk 2022 ซึ่งจัดเป็นสัมมนาพิเศษร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้กลุ่ม Startup และผู้ประกอบการ SMEs ในยุค New Normal ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค ได้เพิ่มพูนทักษะความรู้ ความสามารถในการนำข้อมูลหรือความรู้ใหม่ๆ ไปพัฒนาและเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมไมซ์ในอนาคตต่อไปได้ โดยทีเส็บได้ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวไปแล้วในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในส่วนของภูมิภาคจัดที่จังหวัดขอนแก่นเดือนพฤษภาคม และจังหวัดภูเก็ตเดือนมิถุนายน

ทุกท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/miceinthailand หรือ https://www.businesseventsthailand.com

 

บทความแนะนำ

สป.อว.ช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทย ผ่านงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  

สป.อว.ช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทย

ผ่านงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

 

การขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษาของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางการเกิดขึ้นของ Megatrends ที่เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญ และส่งผลต่อการผลักดันภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนับจากนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างคน เพื่อรองรับต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่เชื่อมต่อจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ไทย

ขณะเดียวกัน สป.อว. หรือ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ

หน่วยงานสำคัญด้านบูรณาการงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีบทบาทด้านการส่งเสริมการพัฒนารูปแบบความร่วมมือ กลไกการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และ ชุมชน ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)

ภายใต้แผนการการขับเคลื่อนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ไทยด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) จะมีการร่วมวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนายอดงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในระดับห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม มีการบ่มเพาะ พัฒนา SMEs และ Startup ที่มีฐานจากงานวิจัย หรือภูมิปัญญา รวมทั้งเร่งการเติบโตของของธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง มีการสนับสนุนปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในระดับพื้นฐานสู่เชิงพาณิชย์ และยกระดับขีดความสามารถของสถานประกอบการด้วยกระบวนการ ววน. เพื่อปรับปรุงและแก้ปัญหาในกระบวนการผลิต หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

รวมถึงมีบริการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดเทคโนโลยี เผยแพร่ความรู้ด้าน ววน. และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักด้าน ววน. และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งเสนอแนะมาตรการและแรงจูงใจในการปรังปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการ เป็นต้น

ศจ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวแสดงทัศนะคติที่มีต่อ SMEs และ Startup ไทย มีความตั้งใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ในการนำองค์ความรู้ด้านดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจได้ดี แต่ยังขาดการกระจายตัวในเรื่องของการใช้ทักษะ (Skill) ด้านดิจิทัล โดยจะเห็นได้ว่า SMEs และ Startup ที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ยังไม่สามารถนำทักษะด้านดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ได้เท่ากับ SMEs และ Startup ในพื้นที่ส่วนกลาง

โดยแผนงานในปีนี้ ทางสป.อว.จะมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของ SMEs และ Startup ให้สามารถแข่งขันได้ ด้วยการส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ และ Startup เนื่องจากภาคเอกชนมีประสบการณ์ด้าน

การตลาดค่อนข้างมาก

                ตัวอย่าง โครงการที่ประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถของ SMEs คือ โครงการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นโครงการที่นำโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมายกระดับ SMEs ทำให้ SMEs มีศักยภาพในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น สามารถลดต้นทุนในการผลิตทั้งยังสามารถยกระดับความสามารถใช้เทคโนโลยีของ SMEs อีกด้วย

                ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ไทย ที่ได้จัดทำไปในปี 2564 ทาง สป.อว.ได้ดำเนินกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ การส่งเสริม พัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของแผนยุทธศาสตร์สำคัญ และมีความเชื่อมโยงไปสู่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยมากที่สุด

                โดยการดำเนินงานจะจัดทำผ่านแผนการส่งเสริม พัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายให้ชุมชนและผู้ประกอบการได้รับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม โดยแผนงานที่ได้จัดทำไปแล้ว ได้แก่            

                1)โครงการสร้างและพัฒนาวิสาหกิจในระยะเริ่มต้น เพื่อการสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และใช้งานวิจัย และนวัตกรรมใหม่ๆ ในสถาบันต่อยอดออกสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

                2) โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกิด Startup Ecosystem ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ และยกระดับของมหาวิทยาลัยในการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อส่งเสริมความตระหนักการตื่นตัวในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม

                3)โครงการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (นิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนทำวิจัยและพัฒนาในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย สป.อว. ได้สนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเครือข่าย อุทยาน วิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเครือข่าย อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (จังหวัดสงขลา)

                4)โครงการพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพ มาตรฐาน สามารถขยายช่องทางการจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยได้มีการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ OTOP ตามแนวทางคูปองวิทย์ 6 ด้าน คือ พัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร

                5)โครงการพัฒนาและส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต้นแบบภายใต้โครงการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาค เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสู่เชิงพาณิชย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากเกษตรอัตลักษณ์

                6)โครงการการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ภาคใต้ชายแดน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมบริหารจัดการฟาร์ม ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตและแปรรูปปศุสัตว์ เป็นการสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ภาคใต้ชายแดนที่จะพัฒนาเข้าสู่ระบบการผลิตเชิงการค้าและรองรับอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อการจัดจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกต่อไปในอนาคต

                7)การถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีความสำคัญตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีที่นำไปสู่พาณิชย์ ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตภายในประเทศตามความต้องการของภาคผลิตและบริการ ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการยกระดับความสามารถการแข่งขันและวางรากฐานทางเศรษฐกิจ และสร้างนวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม

                สำหรับแผนปฏิบัติการประจำปี 2565 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะมีความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุง ยุทธศาสตร์จัดสรร เป้าหมายการให้บริการกระทรวง เป้าหมายการให้บริการหน่วยงาน ผลผลิต/โครงการ ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ศจ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวเสริมว่า ความท้าทายของ SMEs และ Startup ไทยในยุค Post COVID-19 เป็นเรื่องของกำลัง

ซื้อของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปมากและมีแนวโน้มที่จะลดลง ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว หันมาทำธุรกิจที่มีความสอดคล้องกับกำลังซื้อของลูกค้า ประกอบกับในภาวะสงครามทำให้สินค้าหลายชนิดปรับราคาสูงขึ้น มีต้นทุนการผลิตเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรมีการศึกษากลไกราคาสำหรับการทำธุรกิจและเลือกขายผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในส่วนของคุณภาพและราคา

 “ที่ผ่านมา ในส่วนของ สป.อว. ก็มีความท้าทายอย่างหนึ่ง คือการเข้าถึงกลุ่ม SMEs และ Startup ในไทยที่มีความ

ต้องการที่จะได้รับการส่งเสริมและการพัฒนาจริงๆ ยังไม่ทั่วถึง ดังนั้น สป.อว. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานทั้งในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัยต่างๆ จึงต้องร่วมผลักดันทั้งสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัย ในการทำเอาศักยภาพ องค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านั้น เข้ามาช่วยเหลือและตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ศจ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าว

 

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

บทความแนะนำ