ในสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน การทำธุรกิจให้ “อยู่รอด” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ การบริหารเป็นระบบ และการวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
SME สามารถนำเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายมาช่วยทำงาน เช่น ระบบขายหน้าร้าน (POS) โปรแกรมบัญชีออนไลน์ และระบบดูแลลูกค้า (CRM) เพื่อบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ ลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา และไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง
ของมากเกินไปทำให้เงินจม ของน้อยเกินไปเสียโอกาสขาย ผู้ประกอบการควรวางแผนสั่งซื้อจากยอดขายจริง ตรวจสต๊อกสม่ำเสมอ และบริหารเงินสดให้หมุนเวียนได้ดี
เริ่มจากงบเล็ก ทดลองหลายรูปแบบ วัดผลให้ชัด และเลือกทำเฉพาะช่องทางที่ได้ผลจริง ทุกค่าใช้จ่ายด้านการตลาดควรช่วยเพิ่มยอดขายหรือสร้างโอกาสทางธุรกิจ
ลูกค้าเก่ามีโอกาสซื้อซ้ำและต้นทุนต่ำกว่า SME ควรรักษาคุณภาพสินค้าและบริการ จดจำลูกค้าประจำ และสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
ธุรกิจควรมีเงินสำรองเพื่อรับมือช่วงยอดขายตกหรือเหตุไม่คาดคิด และพร้อมใช้โอกาสทันทีเมื่อมีจังหวะขยายกิจการ โดยสินเชื่อ SME ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเสริมสภาพคล่องได้อย่างเหมาะสม
SME ที่อยู่รอดในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่บริหารเป็น ใช้ข้อมูลตัดสินใจ และวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างมั่นคง
สินเชื่อ General Loan ถือเป็นสินเชื่อพื้นฐานที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SME ไทย ที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ เสริมสภาพคล่อง หรือปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น ใช้ได้จริง และครอบคลุมความต้องการทางธุรกิจในหลายมิติ
ผู้ประกอบการ SME สามารถนำเงินกู้ไปใช้ได้หลากหลาย เช่น
สินเชื่อ General Loan เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับ SME ที่ต้องการเงินทุนแบบ ยืดหยุ่น ใช้ได้จริง และรองรับการเติบโตในทุกช่วงของธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคง แม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้ามาตรการ Quick Big Win เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่อง และขยายการลงทุนในปี 2569 โดยมีวงเงินสนับสนุนรวมกว่า 267,000 ล้านบาทครอบคลุมทั้งสินเชื่อและการค้ำประกัน ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง
มาตรการ Quick Big Win ประกอบด้วยกลไกสำคัญ ได้แก่
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านภาษีและระบบรัฐ เช่น
คาดว่ามาตรการ Quick Big Win จะช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อรวมกว่า 270,000 ล้านบาท มี SME ได้รับประโยชน์มากกว่า 107,000 ราย และช่วยสนับสนุนการขยายตัวของ GDP ในปี 2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 0.36%
Quick Big Win ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยให้ SME ไทย เข้าถึงเงินทุนได้เร็วขึ้น ลดข้อจำกัดทางการเงิน และสร้างโอกาสเติบโตในระยะสั้นและระยะยาว สอดรับกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในปี 2569
ปี 2569 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และความคุ้มค่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ที่เข้าใจเทรนด์และปรับตัวได้เร็ว มีโอกาสเติบโตมากกว่าธุรกิจรูปแบบเดิม
ข้อมูลแนวโน้มตลาดชี้ว่า 6 กลุ่มธุรกิจต่อไปนี้ เป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และน่าจับตาในปี 2569
ผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ตลาดอาหารพรีเมียม ออร์แกนิก โรงแรมสัตว์เลี้ยง กายภาพบำบัด และประกันสัตว์เลี้ยง เติบโตต่อเนื่อง เจ้าของพร้อมจ่ายเพื่อสุขภาพและความสุขของสัตว์เลี้ยง
ตลาดดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเติบโตระยะยาว ครอบคลุมบริการดูแลที่บ้าน ศูนย์กายภาพบำบัด คลินิกเฉพาะทาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และกิจกรรมดูแลสุขภาพกาย–ใจ ธุรกิจที่เน้นคุณภาพและความใส่ใจจะได้เปรียบ
ความเชื่อผสานดีไซน์กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ ทั้งเครื่องประดับสายมู เทรนด์โฮมมินิมอล และของตกแต่งบ้านเสริมมงคล หากมี Story และ Branding ชัดเจน จะสามารถดึงดูดลูกค้ากำลังซื้อสูงได้
ผู้บริโภคเมืองให้ความสำคัญกับการกินดีอยู่ดี ตลาดอาหารคลีน Plant-Based อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ ขนมสุขภาพ และบริการส่งอาหารรายสัปดาห์ เติบโตจากความต้องการความสะดวกและใส่ใจสุขภาพ
AI กลายเป็นเครื่องมือช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น แชตบอตตอบลูกค้า 24 ชม. ระบบวิเคราะห์การตลาด การทำคอนเทนต์อัตโนมัติ และจัดการเอกสาร ธุรกิจกลุ่มนี้ช่วยให้ SME ทำงานได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มคน
SME หันมาใช้บริการภายนอกมากขึ้น เพื่อโฟกัสธุรกิจหลัก เช่น บัญชี การตลาดดิจิทัล แอดมิน งานกราฟิก และที่ปรึกษากฎหมาย ช่วยลดต้นทุนพนักงานประจำ แต่ยังได้งานแบบมืออาชีพ
SME ที่ไปต่อได้ในปี 2569 คือธุรกิจที่ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ใช้เทคโนโลยีเป็น และปรับตัวได้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ต้องเลือกตลาดให้ถูก และสร้างคุณค่าให้ตรงความต้องการลูกค้า
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าโครงการ สินเชื่อ SME Green Productivity ปี 2569เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมีวงเงินรวมกว่า 15,000 ล้านบาท ภายใต้นโยบายสินเชื่อภาครัฐ (PSA) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงิน
โครงการมีการปรับเงื่อนไขสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น ได้แก่
โครงการนี้มุ่งช่วยให้ SME ลดต้นทุนพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
ปัจจุบันมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 4,826 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 32% ของวงเงินรวม ซึ่งยังมีวงเงินคงเหลือเปิดโอกาสให้ SME สมัครเข้าร่วมโครงการได้
สินเชื่อ SME Green Productivity ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทย ลงทุนเพื่อความยั่งยืน เพิ่มผลิตภาพ และเติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ในระยะยาว