TED Fund เปิดรับสมัคร Startup ร่วมขอรับทุนโครงการ Support for Startups Go to Market 2026

✨ TED Fund เปิดรับสมัคร Startup ร่วมขอรับทุนโครงการ Support for Startups Go to Market 2026

สนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ เข้าสู่ตลาด และขยายโอกาสเชิงพาณิชย์
ทั้งด้าน Spin-off Technology, SME Technology Transfer และ Startup New Market Entry

💰 ทุนสนับสนุนสูงสุด 2 ล้านบาท
🗓️ เปิดรับสมัคร 22 พ.ค. – 19 มิ.ย. 2569 (ปิดรับ 12.00 น.)

📌 คุณสมบัติผู้สมัคร

‣ นิติบุคคลไทย อายุเกิน 1 ปี ผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51%

‣ มีงบการเงินและเอกสารภาษีถูกต้อง

‣ มีผลิตภัณฑ์/บริการด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ผ่าน POC แล้ว

‣ มีแผน Go-to-Market หรือ Technology Transfer ชัดเจน

‣ อยู่ในกลุ่ม Technology Spin-Offs, SME Technology Transfer หรือ Startup New Market Entry

‣ ไม่ได้รับทุนซ้ำซ้อน และไม่เคยได้รับทุน Startups for Startups

🔗 สมัคร: tedfunding.mhesi.go.th

🔗 รายละเอียด: https://tedfund.mhesi.go.th/support/startups-for-startups/information

สอบถามเพิ่มเติม
📨 : tedstaff@mhesi.go.th 
📞 065-986-0854 (เกรียงศักดิ์)

บทความแนะนำ

คอร์สเรียนฟรีเดือนนี้! มัดรวมคอร์สเรียนออนไลน์จาก สสว.

มัดรวมคอร์สเรียนออนไลน์จาก สสว.

ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว “ความรู้” คืออาวุธสำคัญของผู้ประกอบการ
และการลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนกับการพัฒนาตัวเอง

เดือนนี้ สสว. รวบรวมหลักสูตรออนไลน์และออฟไลน์สำหรับผู้ประกอบการ SME ให้เรียนฟรีแบบจัดเต็ม ครอบคลุมทั้งการตลาด เทคโนโลยี การเงิน และการพัฒนาธุรกิจ เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน


ไฮไลต์คอร์สแนะนำ

Digital Transformation

การปรับธุรกิจสู่โลกออนไลน์

เรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนผ่านธุรกิจแบบดั้งเดิมสู่ยุคดิจิทัล
พร้อมเทคนิคการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ


Financial Literacy

การบริหารบัญชีสำหรับ SME มือใหม่

เข้าใจพื้นฐานการเงิน การจัดการต้นทุน และการวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง


AI for Marketing

คอร์สสอนใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขาย

อัปเดตเทรนด์การตลาดยุคใหม่ พร้อมเรียนรู้การใช้ AI เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์ วิเคราะห์ลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด


ทำไมผู้ประกอบการไม่ควรพลาด?

  • เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • อัปเดตความรู้ทันเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่

  • เรียนได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

  • เพิ่มทักษะเพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน


สรุป

ความรู้ไม่มีวันหมดอายุ
และโอกาสดีๆ แบบ “เรียนฟรี” ก็ไม่ได้มีบ่อย

เริ่มพัฒนาตัวเองวันละนิด เพื่อสร้างธุรกิจที่แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาว


แหล่งอ้างอิง

SME Academy 365 และ SME Media ของ สสว.

บทความแนะนำ

SME One ID คืออะไร? บัตรประชาชนใบเดียว เข้าถึงทุกบริการรัฐเพื่อผู้ประกอบการ

เหนื่อยไหมกับการต้องหอบแฟ้มเอกสารพะรุงพะรังเพื่อไปติดต่อราชการหลาย ๆ ที่? ลืมภาพจำแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะตอนนี้ภาครัฐได้เปิดตัว SME One ID กุญแจสำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมการทำธุรกิจ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการเข้ากับทุกหน่วยงานรัฐในหนึ่งเดียว เปรียบเสมือนบัตรประชาชนใบเดียวที่ช่วยให้คุณเข้าถึงทุกบริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สิทธิประโยชน์ไฮไลต์เมื่อสมัคร SME One ID

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับทันทีหลังจากลงทะเบียน:

  • Single Sign-on (เข้าสู่ระบบครั้งเดียวจบ): ลงชื่อเข้าใช้งานเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเข้าถึงระบบบริการและการส่งเสริมของภาครัฐได้ทุกแห่ง ไม่ต้องจำรหัสผ่านหลายระบบให้ปวดหัว

  • เข้าถึงแหล่งทุนและงานอบรมตรงจุด: รับข่าวสาร โครงการช่วยเหลือ แหล่งเงินทุน และงานสัมมนาพัฒนาศักยภาพที่คัดสรรมาแล้วว่า "ใช่" และเหมาะสมกับประเภทธุรกิจของคุณที่สุด

  • รับแต้มต่อในการสร้างรายได้: ได้รับสิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ซึ่งเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้าเล็ก ๆ หรือเสือปืนไว สามารถก้าวเข้าไปเป็นคู่ค้าและขายสินค้าให้กับหน่วยงานราชการได้ง่ายขึ้น

สรุป: ทำไมต้องสมัครวันนี้?

SME One ID ไม่ใช่แค่ระบบลงทะเบียนทั่วไป แต่เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่ควรพลาด สมัครวันนี้เพื่อรักษาสิทธิ์ รับแต้มต่อทางธุรกิจ และไม่พลาดทุกการสนับสนุนที่ภาครัฐตั้งใจมอบให้คุณ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ Portal กลางสำหรับผู้ประกอบการ SME (smeone.info)

บทความแนะนำ

เทคนิคกู้เงินธนาคารให้ผ่าน: การเตรียม Statement และแผนธุรกิจให้ดูเป็นมืออาชีพ

ธนาคารไม่ได้มองแค่ว่าคุณมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ แต่มองลึกไปถึงว่าคุณมี "ความสามารถในการชำระหนี้" หรือไม่ การเตรียมตัวที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง นี่คือเทคนิคการเตรียมเอกสารและวิธีเตรียมตัวก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่สินเชื่อเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านฉลุย

3 อาวุธลับมัดใจธนาคาร ยื่นกู้กี่ทีก็ผ่าน

การทำให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อเปรียบเสมือนการสร้างความมั่นใจให้ผู้ร่วมทุน โดยมี 3 ส่วนสำคัญที่ต้องจัดการให้เป็นมืออาชีพ ดังนี้

1. การทำ Statement ให้สวยงามและน่าเชื่อถือ

เดินบัญชีให้มีเงินเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงยอดขายและการหมุนเวียนธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง

  • ระยะเวลาที่ต้องเตรียม: ย้อนหลังอย่างน้อย 6-12 เดือน

  • ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการฝากเงินก้อนใหญ่ทีเดียวก่อนยื่นกู้ เพราะธนาคารจะมองว่าเป็นการตกแต่งบัญชี

2. แผนธุรกิจ (Business Plan) ที่ชัดเจน

ธนาคารต้องการทราบปลายทางของเงินและสิทธิ์ในการได้เงินคืน แผนธุรกิจของคุณจึงต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้:

  • วัตถุประสงค์การใช้เงิน: กู้ไปทำอะไร (เช่น ซื้อเครื่องจักรใหม่, ขยายสาขา, เพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน)

  • การสร้างรายได้: เงินกู้นั้นจะช่วยสร้างรายได้กลับมาเท่าไหร่ และมีแผนสำรองอย่างไรหากธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้า

3. ตรวจสอบความพร้อมด้านเครดิต

ประวัติทางการเงินในอดีตคือตัวตัดสินอนุมัติในปัจจุบัน

  • เช็กเครดิตบูโร (Credit Bureau): ตรวจสอบสถานะหนี้เสียหรือประวัติการชำระล่าช้าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้

  • รักษาประวัติ: เคลียร์ยอดค้างชำระให้อยู่ในสถานะปกติอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนยื่นขอสินเชื่อใหม่

สรุป: หัวใจสำคัญของการอนุมัติสินเชื่อ

การกู้เงินธนาคารแท้จริงแล้วคือการ "ขายความเชื่อมั่น" ยิ่งเอกสารและหลักฐานของคุณมีความชัดเจน โปร่งใส และเป็นมืออาชีพมากเท่าไหร่ โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สมาคมธนาคารไทย และคำแนะนำด้านการขอสินเชื่อจาก SME Development Bank

บทความแนะนำ

วิธีคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ขายเท่าไหร่ถึงจะเริ่มได้กำไร?

หลายร้านขายดีจนเหนื่อย แพ็กของกันมือเป็นระวิง แต่ทำไมพอสิ้นเดือนมาเช็กบัญชีแล้ว "เงินไม่เหลือ?"
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ตกม้าตายกันเยอะ คือการขายโดยที่ยังไม่รู้ "จุดคุ้มทุน" ของตัวเอง การรู้ตัวเลขนี้คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ตั้งราคา
และวางแผนยอดขายในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องขายไปนั่งลุ้นไปให้ปวดหัว

จุดคุ้มทุน คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด จุดคุ้มทุน คือ จุดที่ "รายรับ เท่ากับ รายจ่าย" เป็นจุดที่ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวจากการขาดทุน และถ้าขายได้มากกว่าจุดนี้เมื่อไหร่... ตัวเลขหลังจากนั้นคือ "กำไรล้วนๆ"

ก่อนจะไปดูสูตรคำนวณ ต้องแยกประเภท "ต้นทุน" ในร้านออกเป็น 2 กลุ่มนี้ให้ชัดเจนก่อน:

  • ต้นทุนคงที่ : ค่าใช้จ่ายที่ไม่ว่าจะขายได้มากหรือน้อย (หรือขายไม่ได้เลย) ก็ต้องจ่ายเท่าเดิมทุกเดือน เช่น ค่าเช่าที่, เงินเดือนพนักงาน, ค่าประกันร้าน

  • ต้นทุนผันแปร : ค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามจำนวนยอดขาย ยิ่งขายได้เยอะ ต้นทุนส่วนนี้ยิ่งสูงขึ้น เช่น ค่าวัตถุดิบ, ค่าแพ็กเกจจิ้ง, ค่าคอมมิชชัน, ค่าจัดส่ง

สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนอย่างง่าย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ให้สูตรพื้นฐานในการหาจำนวนชิ้นที่ต้องขายไว้ดังนี้:

ส่วนต่างด้านล่าง (ราคาขาย - ต้นทุนผันแปร) เรียกว่า "กำไรส่วนเกินต่อหน่วย" ยิ่งส่วนต่างตรงนี้กว้าง ก็จะถึงจุดคุ้มทุนได้ไวขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างให้เห็นภาพ

สมมติว่าเปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น:

  • มี Fixed Cost (ค่าเช่าร้าน + เงินเดือน) = 30,000 บาท/เดือน

  • ตั้ง ราคาขาย เสื้อตัวละ = 300 บาท

  • มี Variable Cost (ค่าผ้า + แพ็กเกจจิ้ง) ตัวละ = 100 บาท

วิธีคำนวณ:

  • ขั้นตอนที่ 1: หาผลต่างด้านล่างก่อน (ราคาขาย 300 บาท - ต้นทุนผันแปร 100 บาท) = 200 บาท

  • ขั้นตอนที่ 2: นำค่าใช้จ่ายคงที่ตั้ง แล้วหารด้วยผลต่าง (30,000 บาท ÷ 200 บาท)

  • ผลลัพธ์ที่ได้: = 150 ตัว

สรุปจากตัวอย่าง: ใน 1 เดือน ต้องขายเสื้อให้ได้ 150 ตัว ถึงจะเท่าทุน (เฉลี่ยวันละ 5 ตัว) และถ้าขายได้ตัวที่ 151 เป็นต้นไป นั่นคือเริ่มได้กำไรเข้ากระเป๋า

สรุป: รู้จุดคุ้มทุนแล้วดียังไง?

การรู้จุดคุ้มทุนช่วยให้ กำหนดเป้าหมายการขายในแต่ละวันได้อย่างมีทิศทาง สามารถนำไปวางแผนทำการตลาดต่อได้ เช่น ถ้ารู้ว่าต้องขายวันละ 5 ตัวถึงจะรอด จะเริ่มคิดต่อได้ทันทีว่าต้องยิงแอดเท่าไหร่ หรือจัดโปรโมชันอย่างไรให้ได้ยอดตามเป้า ยุติปัญหาการขายดีแต่ไม่มีเงินเก็บอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดความรู้พื้นฐานการเงินธุรกิจ

บทความแนะนำ

Clear Cache
Clear All Cache
Enable Page Cache
Disable Page Cache