หลักสูตรเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน (SME to IBE) Plyground for Green

        ด้วยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. มีบทบาทสําคัญในการส่งเสริมและพัฒนา
ระบบนวัตกรรมของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของผู ้ประกอบการไทยให้สามารถนําองค์ความรู ้ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
        ปัจจุบันผู ้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จํานวนมากยังขาดเครื่องมือและกระบวนการที่เหมาะสมในการประเมินศักยภาพของธุรกิจ
การกําหนดกลยุทธ์ และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินงานขององค์กรให้สามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบและทําให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy) จึงได้พัฒนาหลักสูตร SME to IBE (Innovation Based Enterprise) ขึ้น
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถนําแนวคิดและเครื่องมือนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ผ่านกระบวนการเรียนรู ้
ที่มุ่งเน้นการ “สร้าง - พัฒนา - ใช้” นวัตกรรม อย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้ผู ้ประกอบการสามารถสํารวจศักยภาพของตนเอง ออกแบบแนวทางการพัฒนาธุรกิจ
และต่อยอดโอกาสทางการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความรู้และความเข้าใจด้านธุรกิจฐานนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการ SMEs
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินศักยภาพธุรกิจและออกแบบแนวทางการพัฒนาธุรกิจผ่าน
เครื่องมือเชิงนวัตกรรม
3. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาธุรกิจและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในองค์กร
4. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ

สิทธิพิเศษสําหรับผู้เข้าร่วมการอบรม
• โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม
• การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเครือข่ายพันธมิตรโครงการ
• รับคําปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจนวัตกรรมและความยั่งยืน
• โอกาสต่อยอดธุรกิจผ่านโครงการสนับสนุนอื่น ๆ ของหน่วยงานพันธมิตร

 

ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม
ฟรีค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมหลักสูตร

สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeoj_b9Jmu3iePRA6VeOEiHFy313f3b3D0Q3pfBBjC3066FCg/viewform

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม >>> https://drive.google.com/file/d/1YTHJm1-gsp9scxR0sKS9A2dCLqFT_D5v/view?usp=sharing

ช่องทางการติดต่อ
สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy)
ส่วนงานที่ขึ้นตรงกับผู้อํานวยการ สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
นางสาวกนกวรรณ ศรีศุภร (นักส่งเสริมนวัตกรรม)
โทรศัพท์ 08 0882 8287
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ info.niaacademy@gmail.com

บทความแนะนำ

หลักสูตรเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน (SME to IBE) Plyground for Green

        ด้วยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. มีบทบาทสําคัญในการส่งเสริมและพัฒนา
ระบบนวัตกรรมของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของผู ้ประกอบการไทยให้สามารถนําองค์ความรู ้ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
        ปัจจุบันผู ้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จํานวนมากยังขาดเครื่องมือและกระบวนการที่เหมาะสมในการประเมินศักยภาพของธุรกิจ
การกําหนดกลยุทธ์ และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินงานขององค์กรให้สามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบและทําให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy) จึงได้พัฒนาหลักสูตร SME to IBE (Innovation Based Enterprise) ขึ้น
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถนําแนวคิดและเครื่องมือนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ผ่านกระบวนการเรียนรู ้
ที่มุ่งเน้นการ “สร้าง - พัฒนา - ใช้” นวัตกรรม อย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้ผู ้ประกอบการสามารถสํารวจศักยภาพของตนเอง ออกแบบแนวทางการพัฒนาธุรกิจ
และต่อยอดโอกาสทางการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความรู้และความเข้าใจด้านธุรกิจฐานนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการ SMEs
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินศักยภาพธุรกิจและออกแบบแนวทางการพัฒนาธุรกิจผ่าน
เครื่องมือเชิงนวัตกรรม
3. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาธุรกิจและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในองค์กร
4. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ

สิทธิพิเศษสําหรับผู้เข้าร่วมการอบรม
• โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม
• การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเครือข่ายพันธมิตรโครงการ
• รับคําปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจนวัตกรรมและความยั่งยืน
• โอกาสต่อยอดธุรกิจผ่านโครงการสนับสนุนอื่น ๆ ของหน่วยงานพันธมิตร

 

ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม
ฟรีค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมหลักสูตร

สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeoj_b9Jmu3iePRA6VeOEiHFy313f3b3D0Q3pfBBjC3066FCg/viewform

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม >>> https://drive.google.com/file/d/1YTHJm1-gsp9scxR0sKS9A2dCLqFT_D5v/view?usp=sharing

ช่องทางการติดต่อ
สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy)
ส่วนงานที่ขึ้นตรงกับผู้อํานวยการ สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
นางสาวกนกวรรณ ศรีศุภร (นักส่งเสริมนวัตกรรม)
โทรศัพท์ 08 0882 8287
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ info.niaacademy@gmail.com

บทความแนะนำ

โอกาสของธุรกิจ Wellness มาแล้ว! เรียนจริง ทำจริง ขายจริง

อบรมนี้ ไม่ได้จบแค่เรียน แต่พาไปขายจริง
ขอเชิญผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพ ความงาม และผู้สูงอายุ
เข้าร่วมหลักสูตร DBD Wellness Scale-up
หลักสูตรเข้มข้นสำหรับคนที่อยาก


👉 ขยายธุรกิจ
👉 หาคู่ค้า
👉 ต่อยอดสู่ตลาดจริง
🎯 มาเรียนอะไร? ได้อะไร?


✅ ปรับโมเดลธุรกิจให้พร้อมโต รับเทรนด์โลก และแนวคิด ESG
✅ ทำ Workshop จริง วางแผนธุรกิจแบบใช้ได้ทันที
✅ เตรียมความพร้อมสู่เวที Business Pitching
✅ สร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ (B2B)
✅ ลุ้นโอกาสคัดเลือก เข้าสู่ตลาดจริงและงานแสดงสินค้าระดับประเทศ

💡 หลักสูตรนี้เหมาะกับผู้ประกอบการที่
“ไม่อยากทำธุรกิจแบบเดิม และอยากเห็นผลลัพธ์ชัดเจน”


📅 อบรม 19–20 มีนาคม 2569
📍 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาธร กรุงเทพฯ
💰 เข้าร่วมฟรี
👉 สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด
🔗 https://forms.gle/Qo9Hpu3CyYKMvhFZ7
⏰ ปิดรับสมัคร 15 มีนาคม 2569
📢 ประกาศผล 16 มีนาคม 2569


ผ่านเพจ Facebook กองธุรกิจบริการ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์


☎️ สอบถามเพิ่มเติม
คุณพัฒนพงศ์ 095-536-1352
คุณภควดี 063-421-7965

Facebook กองธุรกิจบริการ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

บทความแนะนำ

เตรียมผู้ส่งออกไทย รับกฎฮาลาลภาคบังคับอินโดนีเซีย 2026

KSO SUCOFINDO – SURVEYOR INDONESIA ประกาศจัดงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ภายใต้หัวข้อ “The Readiness of Thai Exporters to To Face Indonesia’s Mandatory Halal Import Requirement – October 2026” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ส่งออกไทยรับมือกับข้อกำหนดการรับรองฮาลาลภาคบังคับของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2026

การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นภายหลังที่รัฐบาลอินโดนีเซียออก Government Regulation No. 42 of 2024 (GR 42/2024) กำหนดให้สินค้านำเข้าที่จำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียต้องได้รับการรับรองฮาลาล โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย

KSO SCISI ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Ministry of Trade of Indonesia ให้ดำเนินการด้าน Technical Verification of Imports (VPTI) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ส่งออกให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของอินโดนีเซียอย่างถูกต้องและครบถ้วน
Webinar ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายฮาลาลภาคบังคับของอินโดนีเซีย
2. อธิบายกลไกและขั้นตอนการขอรับรองฮาลาลสำหรับสินค้านำเข้า
3. ชี้แจงข้อกำหนดทางเทคนิคและข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้ส่งออก
4. วิเคราะห์ความเสี่ยงทางธุรกิจหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
ภายในงานจะได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลที่สำคัญ มาร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
🔹 Dr. Muhammad Aqil Irham, M.Si. เลขาธิการ (Head Secretary) Badan Penyelenggara Jaminan Produk Halal (BPJPH)
🔹 Mr. Agus Suryanto หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล จาก PT SUCOFINDO (Persero)
🔹 Mr. Wibowo Utomo หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล จาก PT Surveyor Indonesia (Persero)
งานสัมมนาจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2026 เวลา 09.00–12.00 น. (GMT+7) ผ่านระบบ Zoom โดยใช้ภาษาอังกฤษในการบรรยาย

KSO SCISI Thailand เชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดอินโดนีเซีย และขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว

📌 สำรองที่นั่งและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ผ่านลิงก์/QR Code ด้านล่าง (จำนวนผู้เข้าร่วมจำกัด)
https://forms.gle/9SAEHY4gvvXgZ4Rj9

📩 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณปลื้มหทัย 081-258-3783 /email: pluemhathai.j@scisi-thailand.com

บทความแนะนำ

เตรียมผู้ส่งออกไทย รับกฎฮาลาลภาคบังคับอินโดนีเซีย 2026

KSO SUCOFINDO – SURVEYOR INDONESIA ประกาศจัดงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ภายใต้หัวข้อ “The Readiness of Thai Exporters to To Face Indonesia’s Mandatory Halal Import Requirement – October 2026” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ส่งออกไทยรับมือกับข้อกำหนดการรับรองฮาลาลภาคบังคับของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2026

การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นภายหลังที่รัฐบาลอินโดนีเซียออก Government Regulation No. 42 of 2024 (GR 42/2024) กำหนดให้สินค้านำเข้าที่จำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียต้องได้รับการรับรองฮาลาล โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย

KSO SCISI ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Ministry of Trade of Indonesia ให้ดำเนินการด้าน Technical Verification of Imports (VPTI) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ส่งออกให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของอินโดนีเซียอย่างถูกต้องและครบถ้วน
Webinar ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายฮาลาลภาคบังคับของอินโดนีเซีย
2. อธิบายกลไกและขั้นตอนการขอรับรองฮาลาลสำหรับสินค้านำเข้า
3. ชี้แจงข้อกำหนดทางเทคนิคและข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้ส่งออก
4. วิเคราะห์ความเสี่ยงทางธุรกิจหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
ภายในงานจะได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลที่สำคัญ มาร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
🔹 Dr. Muhammad Aqil Irham, M.Si. เลขาธิการ (Head Secretary) Badan Penyelenggara Jaminan Produk Halal (BPJPH)
🔹 Mr. Agus Suryanto หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล จาก PT SUCOFINDO (Persero)
🔹 Mr. Wibowo Utomo หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล จาก PT Surveyor Indonesia (Persero)
งานสัมมนาจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2026 เวลา 09.00–12.00 น. (GMT+7) ผ่านระบบ Zoom โดยใช้ภาษาอังกฤษในการบรรยาย

KSO SCISI Thailand เชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดอินโดนีเซีย และขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว

📌 สำรองที่นั่งและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ผ่านลิงก์/QR Code ด้านล่าง (จำนวนผู้เข้าร่วมจำกัด)
https://forms.gle/9SAEHY4gvvXgZ4Rj9

📩 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณปลื้มหทัย 081-258-3783 /email: pluemhathai.j@scisi-thailand.com

บทความแนะนำ

Clear Cache
Clear All Cache
Enable Page Cache
Disable Page Cache