ในวันที่โลกธุรกิจไม่ได้สู้กันแค่ที่ "สินค้า" แต่สู้กันที่ "ภูมิคุ้มกัน" ผู้ประกอบการ SME ไทยกว่า 3.3 ล้านรายกำลังเผชิญหน้ากับ Perfect Storm หรือพายุสมบูรณ์แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งวิกฤตต้นทุนพุ่ง กำลังซื้อหดหาย การรุกรานของสินค้าราคาถูกข้ามชาติ และคลื่นยักษ์ AI ที่พร้อมจะดิสรัปต์ทุกคนที่ไม่ปรับตัว
เพื่อตอบโจทย์นี้ เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล ผู้ปั้นแบรนด์พันล้านอย่าง Smooth E และ Dentiste จึงได้จับมือกับกูรูด้านการตลาดระดับประเทศ ก่อตั้ง สมาคมการตลาดผู้ประกอบการไทย (TEMA) เพื่อเป็นพี่เลี้ยงพา SME ไทยผ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้
ดร.แสงสุข วิเคราะห์ว่าหาก SME ยังทำธุรกิจแบบเดิม ภายใน 5 ปีข้างหน้า อาจมีถึง 44% ที่ต้องปิดตัวลง โดยมีสาเหตุหลักจาก:
Economic Strain: กำไรถูกบีบจากต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะที่ลูกค้าประหยัดเงินมากขึ้น
AI & Tech Disruption: พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไว ถ้าใช้เครื่องมือดิจิทัลไม่เป็นจะตกขบวนทันที
Hyper-Competition: สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศบุกตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซแบบไร้พรมแดน
Management Gap: สินค้าดีแต่บริหารไม่เป็น ขาดกลยุทธ์การตลาดที่ชัดเจน
หัวใจสำคัญที่ TEMA นำมาใช้คือโมเดล SME Clinic ที่มองว่าธุรกิจที่กำลังแย่เปรียบเสมือน “ผู้ป่วย” การรักษาที่ตรงจุดจึงไม่ใช่แค่การอัดฉีดเงินทุน แต่คือการ "วินิจฉัยโรค"
SME Health Check: การตรวจสุขภาพธุรกิจเชิงลึกเพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนที่แท้จริง
Case-by-Case Analysis: ทีมผู้เชี่ยวชาญจะลงพื้นที่วิเคราะห์ปัญหาเฉพาะราย เพราะแต่ละธุรกิจมี "DNA" ที่ไม่เหมือนกัน
Transformation: เปลี่ยนจากแค่ "เจ้าของธุรกิจ (Business Owner)" ให้กลายเป็น "ผู้ประกอบการ (Entrepreneur)" ที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง
ประโยคเด็ดของ ดร.แสงสุข ที่ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดของ SME ไทย คือการสนับสนุนให้ "กล้าลองผิดลองถูก" > "ความล้มเหลวคือวิชาเรียนที่แพงที่สุดและดีที่สุด"
การ "รีบเจ๊ง" ในที่นี้หมายถึงการทดลองทำสิ่งใหม่ในสเกลเล็กๆ เพื่อให้รู้ว่าอะไรเวิร์กหรือไม่เวิร์ก หากจะล้มให้รีบล้มตอนที่ความเสียหายยังน้อย เพื่อนำบทเรียนมาสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในภายหลัง ดีกว่ากอดความสำเร็จในอดีตไว้จนสายเกินแก้
เป้าหมายของ TEMA คือการสร้างเครือข่าย SME คุณภาพ 10,000 รายในปีแรก และขยายสู่ 330,000 รายในอนาคต เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากของไทยจากการ "รอความช่วยเหลือ" เป็นการ "สร้างความแตกต่าง" ด้วยนวัตกรรมและการตลาดที่เหนือชั้น
บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการ: ทางรอดเดียวในยุค Perfect Storm คือการไม่หยุดนิ่ง SME ต้องเร่งสำรวจสุขภาพธุรกิจตัวเอง ปรับ Mindset ให้พร้อมรับความล้มเหลวเพื่อเรียนรู้ และใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาเสริมแกร่ง ก่อนที่พายุลูกนี้จะพัดพาธุรกิจของคุณหายไป
อ้างอิง: ประชาชาติธุรกิจ. (2569). "ดร.แสงสุข Smooth E ปั้นสมาคม TEMA ดัน SME ไทยฝ่าวิกฤต Perfect Storm"
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME หลายคน การ "ขายดี" ไม่ได้แปลว่า "มีกำไร" เสมอไป หากคุณไม่รู้ว่าตัวเลขกำไรที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ การทำธุรกิจก็เหมือนการพายเรือวนอยู่ในอ่างที่มองไม่เห็นฝั่ง บทความนี้จะถอดรหัส จุดคุ้มทุน (Break Even Point) เครื่องมือชี้วัดที่จะเปลี่ยน SME จากโหมด "ประคองตัว" ให้เข้าสู่โหมด "รับทรัพย์" อย่างมั่นใจ
จุดคุ้มทุนคือระดับยอดขายที่ รายรับรวม เท่ากับ รายจ่ายรวม พอดี (กำไรเป็น 0)
ถ้าขายได้น้อยกว่านี้: ขาดทุนทันที
ถ้าขายได้เท่านี้: รอดตัว (คืนทุนค่าใช้จ่าย)
ถ้าขายได้มากกว่านี้: ทุกบาทที่เกินมาคือ "กำไรสุทธิ"
การรู้ตัวเลขนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายยอดขายรายวัน/รายเดือนได้แม่นยำ และไม่ตั้งราคาสินค้าแบบเดาสุ่มอีกต่อไป
ก่อนคำนวณ คุณต้องแบ่งค่าใช้จ่ายในร้านออกเป็น 2 กองหลัก:
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): จ่ายเท่าเดิมทุกเดือน ไม่ว่าลูกค้าจะเข้าร้านกี่คน (เช่น ค่าเช่าที่, เงินเดือนพนักงาน, ค่าอินเทอร์เน็ต)
ต้นทุนแปรผัน (Variable Cost): ยิ่งขายมากยิ่งจ่ายมาก (เช่น ค่าวัตถุดิบ, ค่าแพ็กเกจจิ้ง, ค่าขนส่ง, ค่าคอมมิชชัน)
การหาจำนวนชิ้นที่ต้องขายให้คุ้มทุน ใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ง่ายๆ ดังนี้:
ตัวอย่างเคสร้านครัวซองต์:
ต้นทุนคงที่ (ค่าเช่า + เงินเดือน): 30,000 บาท/เดือน
ราคาขายต่อชิ้น: 80 บาท
ต้นทุนแปรผัน (แป้ง + เนย + กล่อง): 30 บาท/ชิ้น
วิธีคิด: ชิ้น/เดือน (หมายความว่า คุณต้องขายให้ได้วันละ 20 ชิ้น ถึงจะเริ่มเห็นกำไรในชิ้นที่ 21)
หากคำนวณแล้วพบว่าต้องขายจำนวนมหาศาลกว่าจะคืนทุน SME สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ปรับตัวได้:
บีบต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): ลองลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ปรับมาทำ Delivery เพื่อลดขนาดพื้นที่เช่า หรือใช้การจ้างงานแบบ Part-time ในช่วงเวลาที่ลูกค้าไม่แน่น
กดต้นทุนแปรผัน (Variable Cost): เจรจากับ Supplier เพื่อซื้อวัตถุดิบยกล็อตในราคาส่ง หรือปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดของเสีย (Waste)
อัปเกรดราคาขายด้วย Value Added: หากไม่สามารถลดต้นทุนได้ ให้เพิ่ม "คุณค่า" เพื่อขยับราคาขาย เช่น การตกแต่งบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม หรือสร้างเรื่องราวให้แบรนด์ (Storytelling) ซึ่งจะช่วยให้ถึงจุดคุ้มทุนเร็วขึ้นด้วยจำนวนยอดขายที่น้อยลง
ในโลกธุรกิจ บางครั้งการจะลดต้นทุนให้ถูกลง ต้องแลกมาด้วยการ "ลงทุนเพิ่ม" เช่น การซื้อเครื่องจักรที่ทันสมัยขึ้น หรือการสต็อกของจำนวนมาก หากสภาพคล่องติดขัด แผนการลดจุดคุ้มทุนอาจหยุดชะงัก
การมองหาแหล่งเงินทุนอย่าง "สินเชื่อธุรกิจ Quick Loan" จากกรุงศรี จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับ SME เพราะให้วงเงินสูงถึง 15 ล้านบาท และผ่อนได้ยาวถึง 12 ปี ช่วยให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดหมุนเวียน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายคงที่ในช่วงขยายกิจการ
Tip :การรู้สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนคือ "จุดเริ่มต้น" แต่การบริหารจัดการสภาพคล่องและมองให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงคือ "จุดชี้เป็นชี้ตาย" SME ควรทำการคำนวณจุดคุ้มทุนใหม่ทุกๆ 3-6 เดือน หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและวัตถุดิบ เพื่อให้ "เข็มทิศ" ของคุณยังคงเที่ยงตรงอยู่เสมอในทุกสถานการณ์เศรษฐกิจ
แหล่งข้อมูล: Krungsri The COACH - สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนง่าย ๆ ช่วย SME พลิกกำไร ไม่กลัวขาดทุน
ธุรกิจอาหารออนไลน์กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันแค่ “ความอร่อย” อีกต่อไป แต่คือเกมของ ต้นทุน + ระบบ + การตลาด + ประสบการณ์ลูกค้า
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่อยากเริ่มต้นจากบ้าน นี่ไม่ใช่แค่โอกาส แต่เป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถ “ปั้นรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนต่อเดือน” ได้จริง — ถ้าวางแผนถูกตั้งแต่วันแรก
หลายร้านไปไม่รอด เพราะตั้งราคาจากความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขจริง
👉 ถ้ายังไม่เคยคำนวณละเอียด = มีโอกาส “ขายดีแต่ขาดทุน”
อย่าเริ่มจากเมนูที่อยากขาย แต่ให้เริ่มจาก “เมนูที่ทำเงิน”
👉 ตัวอย่าง: เมนู “กะเพรา / ข้าวกล่อง / อาหารจานเดียว” มัก scale ง่ายกว่าอาหารซับซ้อน
ครัวบ้าน = ต้องคิดแบบโรงงานขนาดเล็ก
👉 ครัวที่ดี = ลดเวลา + ลดความผิดพลาด = เพิ่มกำไรทันที
ในโลกเดลิเวอรี ลูกค้าไม่ได้เดินผ่านร้านคุณ — แต่ “เลื่อนเจอ”
ตั้งชื่อร้านให้ติดค้นหา (SEO ในแอป)
ภาพอาหาร = ตัวปิดการขาย
ยิงแอดแบบมีแผน
ร้านใหม่จะโตหรือไม่ โตที่ “ดาวรีวิว”
👉 รีวิว 5 ดาว = เพิ่มยอดขายแบบไม่ต้องซื้อแอดเพิ่ม
SME ที่โตไว จะไม่ได้ดูแค่ยอดขาย แต่ดู “ตัวเลขลึก”
👉 ถ้าไม่วัด = ไม่รู้ว่ากำไรจริงหรือแค่เหนื่อยฟรี
รายได้ยั่งยืน มาจาก “ลูกค้าซ้ำ”
👉 ความใส่ใจเล็ก ๆ = ทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำมากกว่าโฆษณา
แม้ธุรกิจนี้เริ่มได้ด้วยงบไม่สูง แต่การวางแผนเงินสำคัญมาก
การเปิดร้านอาหารออนไลน์ให้รวย ไม่ใช่เรื่องของ “สูตรลับ” แต่คือการทำ 5 อย่างนี้ให้ครบ:
ถ้าทำครบ = จาก “ร้านเล็กในบ้าน” สามารถโตเป็นธุรกิจหลักได้จริง
เรียบเรียงและปรับเนื้อหาจาก:
Krungsri The COACH
บทความ: การเปิดร้านอาหารออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน
(ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่แข่งขันกันด้วย “รสชาติ” สู่การแข่งขันด้วย “ข้อมูล + ระบบ + คุณค่า” โดยข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 ซึ่งสะท้อนเสียงผู้บริโภคกว่า 26 ล้านคน ชี้ให้เห็นภาพชัดว่า SME ต้องปรับเกมอย่างจริงจัง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
สำหรับ SME
อย่าทำอาหารสุขภาพแบบ “น่าเบื่อ” อีกต่อไป
แต่ต้องเป็น “อร่อย + โปรตีนสูง” เช่น
ตลาดเครื่องดื่มและของหวานยังโตแรง
👉 สำหรับ SME
เครื่องดื่มไม่ใช่แค่เมนูเสริม แต่คือ
“กำไรหลัก + ตัวดึงลูกค้า”
ควรมี
อาหารจานหลักยังคงเป็นฐานรายได้
เช่น ส้มตำ ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ลาบ
👉 สำหรับ SME
ไม่ต้องเปลี่ยนเมนู
แต่ต้อง “เพิ่มมูลค่า” เช่น
ตัวเลขที่ต้องรู้
👉 Insight สำคัญ
ร้านอาหารวันนี้ = Startup
“อร่อยอย่างเดียวไม่พอ”
สิ่งที่ต้องมีเพิ่มคือ
แพลตฟอร์มอย่าง LINE MAN Wongnai มีบทบาทสำคัญในการช่วย SME
👉 SME ที่ใช้ Data เป็น
จะ “โตไวกว่า และแม่นกว่า”
ปัญหาของ SME ไทยจำนวนมากคือ
“เริ่มจากเล็ก แล้วก็เล็กต่อไป”
ในขณะที่บางประเทศ
เริ่มธุรกิจด้วยแนวคิด “ขยายทันที”
👉 SME ต้องเริ่มคิดแบบนี้
ผู้เล่นตัวจริงในตลาดอย่าง
คือภาพชัดว่า
“อาหารไทยไป Global ได้”
👉 สิ่งที่ SME ต้องเรียนรู้
ถ้าจะให้อยู่รอดและโตได้ ต้องมี 5 อย่างนี้
ขอบคุณเนื้อหาจาก : posttoday.com
ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไวแบบนี้ การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ...
จะดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนมา "ทำงานให้ฉลาดขึ้น" ด้วยการใช้ AI เป็นผู้ช่วยมือโปร?
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ MSMEs และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมหลักสูตร E-learning
สุดพิเศษ “AI เพื่อธุรกิจ” (AIM ASEAN) ที่จะเปลี่ยนเรื่อง AI ที่ดูยาก
ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงใน 2 ชั่วโมง!
หยุดใช้แรงทำทุกอย่างเอง แล้วเริ่มให้ AI ช่วยจัดการงานซ้ำซ้อน
เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการวางกลยุทธ์และการเติบโตของธุรกิจ:
ทำงานเร็วขึ้น: ลดเวลาการทำงานเอกสารและงานรูทีน
คิดงานง่ายขึ้น: ช่วยระดมไอเดียการตลาดและการเขียนคอนเทนต์
ต่อยอดได้จริง: ประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ากับโมเดลธุรกิจเดิมได้อย่างลงตัว
เมื่อลงเรียนในโครงการนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายที่คัดมาเพื่อคนทำธุรกิจโดยเฉพาะ:
400+ Prompts Ready-to-use: ชุดคำสั่ง AI ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว พร้อมก๊อปปี้ไปใช้งานได้ทันที
100 AI Tools: แนะนำเครื่องมือ AI หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ
E-Certificate: ประกาศนียบัตรรับรองจาก ASEAN Foundation เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ของคุณ
Full Learning Materials: เอกสารประกอบการเรียนแบบจัดเต็มครบทุกโมดูล
ค่าใช้จ่าย: ฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียม
รูปแบบการเรียน: E-learning (เรียนจบไวภายใน 2 ชั่วโมง)
เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจ MSMEs, พนักงานออฟฟิศ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการก้าวให้ทันโลก AI
อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า เริ่มต้นเรียนรู้วันนี้เพื่ออนาคตของธุรกิจคุณ!
👇 สมัครเรียนเลยที่นี่ 🔗 https://kenan-asia.org/aimasean-th/