FOOD Next SME D Navigator Program รุ่นที่ 1 เปิดรับสมัครแล้ว! ชวนผู้ประกอบการอาหารยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI และกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนสมาชิกหอการค้า ผู้ประกอบการ และเครือข่ายธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร สมัครเข้าร่วม หลักสูตรผู้บริหาร FOOD Next SME D Navigator Program: พลิกแนวคิด สร้างโอกาส นำทาง SME อาหารยุคใหม่ รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดโดย สถาบันอาหาร ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารและผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน
หลักสูตรมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการบริหารธุรกิจอาหารแบบครบวงจร ครอบคลุมการสร้างแบรนด์ดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI และ Digital Tools การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต กลยุทธ์การตลาดส่งออกและ Cross-border E-Commerce การบริหารการเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา การวิเคราะห์แนวโน้มตลาด รวมถึงการสร้างเครือข่ายธุรกิจผ่านกิจกรรม Business Matching เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ไฮไลต์ของหลักสูตร
กำหนดการอบรม
หลักสูตรจัดอบรมระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม 2569, 8–9 กันยายน 2569 และพิธีปิดพร้อมมอบประกาศนียบัตรในวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ สถาบันอาหาร และ SME D Bank
เหมาะสำหรับ
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอเชิญสมาชิกและเครือข่ายผู้ประกอบการที่สนใจใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มพูนองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และต่อยอดศักยภาพธุรกิจอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจและการค้าโลกในอนาคต
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดหลักสูตรและสมัครเข้าร่วมได้ผ่าน QR Code ที่ปรากฏในเอกสารประชาสัมพันธ์ของผู้จัด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ สถาบันอาหาร ตามรายละเอียดที่ระบุในเอกสารรับสมัคร
และเชิญเข้าร่วมการสัมมนา “FOODNext SME D Navigator Forum 2026 พลิกแนวคิด สร้างโอกาส นำทาง SMEs อาหารยุคใหม่” โดย สถาบันอาหาร ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
พบกับ
พร้อมเปิดตัวหลักสูตร “FOODNext SME D Navigator Program” แนะนำสิทธิประโยชน์ การสนับสนุน และโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้เข้าร่วมหลักสูตร
พิเศษ! ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับการคัดเลือก 80 ท่าน เพื่อเข้าร่วมหลักสูตร FOODNext SME D Navigator Program เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเข้มข้นตลอด 5 วัน พร้อมกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจและแหล่งเงินทุน เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต
สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ :
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ประกอบการ SME ผู้บริหารโรงงาน ทายาธธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และ นักลงทุนและผู้สนใจธุรกิจอาหาร
วันที่ 5 สิงหาคม 2569
เวลา 10.00 – 14.00 น.
ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 อาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร กทม.
ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย! รับจำนวนจำกัด เพียง 200 ท่าน เท่านั้น!
ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ > https://forms.gle/13qwEH6WDWTmcNz37
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการ (NFI)
062-414-9153 (คุณเป๋า)
064-441-4642 (คุณเฟิร์น)
ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ (SME D Bank)
089-164-4799 (คุณเชอร์รี่)
086-985-5255 (คุณพิ้งกี้)
Reboot กลยุทธ์การค้ากับตะวันออกกลาง
อัพเดทตลาดอาหรับครั้งใหม่!
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ร่วมกับสภาธุรกิจไทย-ตะวันออกกลาง และสมาคมการค้าผู้ส่งออกเอเซียและตะวันออกกลาง
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาฟรี
“เปิดโลกการค้ายูเออีและซาอุ Reopenสินค้าไทยสู่ตะวันออกกลาง ”
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00-16.30 น.
ณ ห้อง Activity Hall ชั้น 1 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย (ถ.ราชบพิธ)
โดย Mr. Jaber Alshehhi, Head of Economic Affairs Section
Embassy of the United Arab Emirates in Bangkok , Thailand
โดย คุณปณต บุณยะโหตระ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
ณ เมือง ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
เปิดตลาดตะวันออกกลาง: โอกาสใหม่สินค้าออร์แกนิคและสมุนไพรไทย
โดย Mr.Shinu Pillai ,General Manager, GL Middle East LLC ,Dubai ,UAE
สมัครเข้าร่วมสัมมนา คลิ๊กลงทะเบียน https://forms.gle/jLGar4aQCWE8cbKn6
สอบถามรายละเอียด โทร.096-9245-091 ,063-5899-163
อีเมล kornpanot@ameeorg.com ,taiwong59@gmail.com
การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถขยายกิจการ เพิ่มสภาพคล่อง และปรับตัวให้ทันกับการแข่งขันในยุคดิจิทัล ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานภาครัฐที่ออกมาตรการสนับสนุนทั้งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงินอุดหนุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
SME D Bank เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SME โดยมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ขยายกิจการ หรือปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน
เหมาะสำหรับ: ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และผู้ประกอบการรายย่อย
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.smebank.co.th
สำหรับ SME ที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ EXIM Bank มีสินเชื่อและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า ช่วยเสริมสภาพคล่องและสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ
เหมาะสำหรับ: ผู้ส่งออก ผู้ผลิตสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าแปรรูป
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.exim.go.th
สสว. ร่วมกับ SME D Bank และ EXIM Bank สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ย 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการยกระดับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสทางการตลาด
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม SME BDS เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยกระดับมาตรฐานธุรกิจ
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.sme.go.th และ bds.sme.go.th
แม้ BOI จะไม่ได้ให้เงินกู้โดยตรง แต่มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยลดต้นทุนธุรกิจผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร
ปัจจุบัน BOI ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
เหมาะสำหรับ: ธุรกิจการผลิต อุตสาหกรรม และธุรกิจเทคโนโลยี
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.boi.go.th
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มีโครงการสนับสนุน SME ที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ เช่น ระบบ ERP, CRM, AI, Cloud และ e-Commerce ผ่านโครงการเงินอุดหนุนและ Digital Transformation Fund
เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.depa.or.th
ผู้ประกอบการ SME ควรเลือกแหล่งทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของธุรกิจ โดย SME D Bank เหมาะกับการเสริมสภาพคล่อง EXIM Bank เหมาะกับธุรกิจส่งออก กองทุน SME ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน BOI สนับสนุนการลงทุนระยะยาว และ depa ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล
การติดตามข่าวสารและโครงการใหม่ ๆ จากหน่วยงานเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ SME ไม่พลาดโอกาสสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต
แหล่งอ้างอิง:
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน! กฎเหล็ก PPWR ของยุโรปกำลังจะบังคับใช้! บรรจุภัณฑ์ไทยจะไปตลาดยุโรป ต้องมีหลักฐานความสอดคล้อง (DoC) และเอกสารเทคนิคที่ถูกต้อง! ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ด่วน เจาะลึกทุกข้อกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพยุโรปโดยตรง
🗓️ วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 14.30 - 16.30 น. (เวลาไทย)
🌐 เข้าร่วมผ่านระบบ Webex
🎯 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี!
👉 คลิกเพื่อลงทะเบียน: https://bit.ly/4eRH6Xo
(หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏบนรูปภาพเพื่อลงทะเบียนได้ทันที)